วันพฤหัสบดี

7.ชีวิตที่รับพระพรอันอุดมจากสวรรค์

เป็นความน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ที่เรามีพระบิดาในสวรรค์ที่ดีพร้อม
ในทุกสิ่ง พระองค์มีความรักยิ่งใหญ่ มีฤทธานุภาพประมาณมิได้
มีปัญญาล้ำเลิศ และพระองค์ตั้งพระทัยจะประทานพระพรนานาประการ
เหล่านี้แก่เรา ตามพระสัญญาเมื่อเราเป็นบุตรของพระองค์โดยความรัก
ในพระเยซูคริสต์ ตามพระวจนะในเอเฟซัส 1 ก่อนอื่นใด
พระองค์มีพระประสงค์ให้เราได้รับ การเจิมให้เต็มล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์
หรือที่เรียกว่า บัพติศมาในพระวิญญาณบริสุทธิ์ นั่นเอง
"เราให้เจ้าทั้งหลายรับบัพติศมาด้วยน้ำแสดงว่ากลับใจใหม่ ก็จริง
แต่พระองค์ผู้จะมาภายหลังเรา ทรงมีอิทธิฤทธิ์ยิ่งกว่าเราอีก
ซึ่งเราไม่คู่ควรแม้จะถอดสายฉลองพระบาทของพระองค์
พระองค์จะทรงให้เจ้าทั้งหลายรับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์
และด้วยไฟ ..............มธ.3:11(มก.1:8,ลก.3:16,ยน.1:33,
กจ.1:5,8 กจ.11:16)
การรับบัพติศมานั้นรับด้วยความเชื่อในพระสัญญา ตามพระวจนะและด้วยการทูลขอ

ลก.11:13) เป็นประสบการณ์รับการเจิมเต็มล้น เป็นการถูกห่อหุ้มด้วยความรักและ
ฤทธิ์เดชของพระเจ้า เปี่ยมด้วยสันติสุข และ
กล่าวสรรเสริญพระเจ้าด้วยภาษาใหม่ที่ทรงประทานให้
และพระพรก็จะมาสู่เราโดยทางพระวิญญาณที่เจิมและสถิตอยู่กับเรา
ให้เราดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณตลอดไป
จนกว่าเราจะได้มรดกอันบริบูรณ์ของพระองค์ในสวรรค์

วันอังคาร

6.ชีวิตที่ดำเนินไปด้วยความเชื่อ

การได้มาซึ่งชีวิตนิรันดร์ นั้นเราได้มาด้วยความเชื่อ
ความจริงเรื่องนี้ได้มาถึงเรา ด้วยเหตุที่เราได้ยินข่าวประเสริฐ
แล้วเราก็เชื่อ และรับเอาไว้ด้วยใจยินดี
แน่นอน การดำเนินชีวิตต่อจากนี้ไป
ก็จะเป็นการอาศัยความเชื่อด้วย

"เพราะว่าข้าพเจ้าไม่ได้ละอายในข่าวประเสริฐ
เพราะ
ข่าวประเสริฐนั้นเป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้
เพื่อจะให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด

พวกยิวก่อนแล้วพวกต่างชาติด้วย เพราะว่า
ในข่าวประเสริฐนั้นความชอบธรรมของพระเจ้า
ก็ได้เปิดเผยออกมาโดยเริ่มต้นก็เป็นความเชื่อ
และสุดท้ายก็เป็นความเชื่อ
ตามที่พระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า
คนชอบธรรมของเราจะมีชีวิตดำรงอยู่ด้วยความเชื่อ"
....โรม 1:16-17

และเหตุนี้เองการดำเนินชีวิตของเรา
พระเจ้าจึงต้องให้มีการพิสูจน์ความเชื่อของเราเสมอ
และเราก็ไม่ควรกลัวที่จะถูกพิสูจน์ความเชื่ือ
เราจึงควรรู้ว่าฝ่ายวิญญาณเราอ่อนแอ ช่วยตัวเองไม่ได้(มธ.5:3)
ต้องพึ่งพระองค์รับพระวจนะเป็นอาหารให้ชีวิตแข็งแรง
พระวจนะนั้นเองที่มีฤทธิ์เดชให้ชีวิตนิรันดร์แก่เรา
ก็จะให้ฤทธิ์เดชก่อสร้างชีวิตเราต่อไปอีกด้วย
โดยทางความเชื่อของเรา (กจ.20:32)
เราควรอธิษฐานเพื่อใกล้ชิดพระองค์อยู่เสมอ
(คำอธิษฐานสรรเสริญ ทูลขอ สารภาพ ขอทรงปกป้อง มธ.6:9-13)
ติดสนิทเพื่อรับเอาพระคุณความช่วยเหลือทุกเมื่อ(ยน.15)
เข้าร่วมชีวิตในคริสตจักรเพื่อรับการเสริมสร้าง(อฟ.4:11-16)

วันอาทิตย์

5.ชีวิตที่มีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย

เราเป็นบุตรของพระเจ้า ตามคำสัญญา ยอห์น1:12
พระเจ้าก็จะเข้ามาทำงานในใจของเราโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์
พระองค์จะทำให้เราเกิดความสำนึก
ในความบาป ที่เป็นนิสัยบาปต่าง ๆ ของเรา
ให้เราละทิ้งนิสัยบาปเหล่านั้น
ให้เราสารภาพบาปแล้วพระเจ้าจะยกบาปเรา
และชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น


" ถ้าเราสารภาพบาปของเรา
พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม
ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา
และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น"..
1ยอห์น1:9

พระเยซูคริสต์ทรงสัญญาว่า
เมื่อเราเชื่อฟังและประพฤติตามคำของพระองค์
พระองค์จะมาสถิตอยู่กับเรา
" ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านก็จะประพฤติตามบัญญัติของเรา
เราจะทูลขอพระบิดา และพระองค์จะประทานผู้ช่วยอีกผู้หนึ่ง
ให้แก่ท่านเพื่อจะได้อยู่กับท่านตลอดไป คือพระวิญญาณ
แห่งความจริง ซึ่งโลกรับไว้ไม่ได้ เพราะแลไม่เห็น
และไม่รู้จักพระองค์ ท่านทั้งหลายรู้จักพระองค์
เพราะพระองค์ทรงสถิตอยู่กับท่าน
และจะประทับอยู่ในท่าน"....
ยอห์น14:15-17


อิมมานูเอล
พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับท่าน

จะทรงอวยพระพร พิทักษ์รักษา เล้าโลมใจและตรัสกับท่าน