วันพฤหัสบดี

7.ชีวิตที่รับพระพรอันอุดมจากสวรรค์

เป็นความน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ที่เรามีพระบิดาในสวรรค์ที่ดีพร้อม
ในทุกสิ่ง พระองค์มีความรักยิ่งใหญ่ มีฤทธานุภาพประมาณมิได้
มีปัญญาล้ำเลิศ และพระองค์ตั้งพระทัยจะประทานพระพรนานาประการ
เหล่านี้แก่เรา ตามพระสัญญาเมื่อเราเป็นบุตรของพระองค์โดยความรัก
ในพระเยซูคริสต์ ตามพระวจนะในเอเฟซัส 1 ก่อนอื่นใด
พระองค์มีพระประสงค์ให้เราได้รับ การเจิมให้เต็มล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์
หรือที่เรียกว่า บัพติศมาในพระวิญญาณบริสุทธิ์ นั่นเอง
"เราให้เจ้าทั้งหลายรับบัพติศมาด้วยน้ำแสดงว่ากลับใจใหม่ ก็จริง
แต่พระองค์ผู้จะมาภายหลังเรา ทรงมีอิทธิฤทธิ์ยิ่งกว่าเราอีก
ซึ่งเราไม่คู่ควรแม้จะถอดสายฉลองพระบาทของพระองค์
พระองค์จะทรงให้เจ้าทั้งหลายรับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์
และด้วยไฟ ..............มธ.3:11(มก.1:8,ลก.3:16,ยน.1:33,
กจ.1:5,8 กจ.11:16)
การรับบัพติศมานั้นรับด้วยความเชื่อในพระสัญญา ตามพระวจนะและด้วยการทูลขอ

ลก.11:13) เป็นประสบการณ์รับการเจิมเต็มล้น เป็นการถูกห่อหุ้มด้วยความรักและ
ฤทธิ์เดชของพระเจ้า เปี่ยมด้วยสันติสุข และ
กล่าวสรรเสริญพระเจ้าด้วยภาษาใหม่ที่ทรงประทานให้
และพระพรก็จะมาสู่เราโดยทางพระวิญญาณที่เจิมและสถิตอยู่กับเรา
ให้เราดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณตลอดไป
จนกว่าเราจะได้มรดกอันบริบูรณ์ของพระองค์ในสวรรค์

วันอังคาร

6.ชีวิตที่ดำเนินไปด้วยความเชื่อ

การได้มาซึ่งชีวิตนิรันดร์ นั้นเราได้มาด้วยความเชื่อ
ความจริงเรื่องนี้ได้มาถึงเรา ด้วยเหตุที่เราได้ยินข่าวประเสริฐ
แล้วเราก็เชื่อ และรับเอาไว้ด้วยใจยินดี
แน่นอน การดำเนินชีวิตต่อจากนี้ไป
ก็จะเป็นการอาศัยความเชื่อด้วย

"เพราะว่าข้าพเจ้าไม่ได้ละอายในข่าวประเสริฐ
เพราะ
ข่าวประเสริฐนั้นเป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้
เพื่อจะให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด

พวกยิวก่อนแล้วพวกต่างชาติด้วย เพราะว่า
ในข่าวประเสริฐนั้นความชอบธรรมของพระเจ้า
ก็ได้เปิดเผยออกมาโดยเริ่มต้นก็เป็นความเชื่อ
และสุดท้ายก็เป็นความเชื่อ
ตามที่พระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า
คนชอบธรรมของเราจะมีชีวิตดำรงอยู่ด้วยความเชื่อ"
....โรม 1:16-17

และเหตุนี้เองการดำเนินชีวิตของเรา
พระเจ้าจึงต้องให้มีการพิสูจน์ความเชื่อของเราเสมอ
และเราก็ไม่ควรกลัวที่จะถูกพิสูจน์ความเชื่ือ
เราจึงควรรู้ว่าฝ่ายวิญญาณเราอ่อนแอ ช่วยตัวเองไม่ได้(มธ.5:3)
ต้องพึ่งพระองค์รับพระวจนะเป็นอาหารให้ชีวิตแข็งแรง
พระวจนะนั้นเองที่มีฤทธิ์เดชให้ชีวิตนิรันดร์แก่เรา
ก็จะให้ฤทธิ์เดชก่อสร้างชีวิตเราต่อไปอีกด้วย
โดยทางความเชื่อของเรา (กจ.20:32)
เราควรอธิษฐานเพื่อใกล้ชิดพระองค์อยู่เสมอ
(คำอธิษฐานสรรเสริญ ทูลขอ สารภาพ ขอทรงปกป้อง มธ.6:9-13)
ติดสนิทเพื่อรับเอาพระคุณความช่วยเหลือทุกเมื่อ(ยน.15)
เข้าร่วมชีวิตในคริสตจักรเพื่อรับการเสริมสร้าง(อฟ.4:11-16)

วันอาทิตย์

5.ชีวิตที่มีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย

เราเป็นบุตรของพระเจ้า ตามคำสัญญา ยอห์น1:12
พระเจ้าก็จะเข้ามาทำงานในใจของเราโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์
พระองค์จะทำให้เราเกิดความสำนึก
ในความบาป ที่เป็นนิสัยบาปต่าง ๆ ของเรา
ให้เราละทิ้งนิสัยบาปเหล่านั้น
ให้เราสารภาพบาปแล้วพระเจ้าจะยกบาปเรา
และชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น


" ถ้าเราสารภาพบาปของเรา
พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม
ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา
และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น"..
1ยอห์น1:9

พระเยซูคริสต์ทรงสัญญาว่า
เมื่อเราเชื่อฟังและประพฤติตามคำของพระองค์
พระองค์จะมาสถิตอยู่กับเรา
" ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านก็จะประพฤติตามบัญญัติของเรา
เราจะทูลขอพระบิดา และพระองค์จะประทานผู้ช่วยอีกผู้หนึ่ง
ให้แก่ท่านเพื่อจะได้อยู่กับท่านตลอดไป คือพระวิญญาณ
แห่งความจริง ซึ่งโลกรับไว้ไม่ได้ เพราะแลไม่เห็น
และไม่รู้จักพระองค์ ท่านทั้งหลายรู้จักพระองค์
เพราะพระองค์ทรงสถิตอยู่กับท่าน
และจะประทับอยู่ในท่าน"....
ยอห์น14:15-17


อิมมานูเอล
พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับท่าน

จะทรงอวยพระพร พิทักษ์รักษา เล้าโลมใจและตรัสกับท่าน

4.ชีวิตที่ส่องสว่างด้วยความรักความชอบธรรม


ทันทีที่เรากลับใจเชื่อพระเยซูคริสต์ เราจะมีใจแห่งการทำการดี จิตใจเปี่ยมล้นด้วยสันติสุขและความรักของพระเจ้า เป็นสิ่งที่เราไม่อาจเก็บเอาไว้ได้ เช่นเดียวกับที่การจุดตะเกียง เราไม่อาจซ่อนเอาไว้ในถังได้ ดังนั้นการประกาศความเชื่อและการกล้าดำเนินชีวิตในความเชื่อจึงเป็นสภาพปกติของเรา เราไม่ต้องกลัวการเผชิญหน้ากับโลก เพราะการเก็บๆซ่อนความเชื่อไว้ ก็ไม่ต่างอะไร กับการจุดตะเกียงซ่อนไว้ในถัง และการที่เราเป็นคริสเตียนแต่ไม่เคยประกาศความเชื่อเลยนั้น ก็เป็นดังเกลือที่ไม่เคยแสดงความเค็มที่จะรักษาเยียวยาโลกเอาไว้เลย พระเยซูทรงสั่งเราด้วยความรักของพระองค์ ให้เราส่องสว่างเหมือนอย่างเมืองที่ตั้งบนภูเขาที่ไม่มีทางปิดบังไว้ได้ ให้เราดำเนินชีวิตอย่างมีรสชาดที่อร่อยคือเป็นประโยชน์อย่างเกลือ เป็นเกลือต่อโลก เกลือจะรักษาโลกที่กำลังเน่าเสีย เอาไว้
และในการเผชิญหน้ากับโลกนั้นเราก็จะพบทั้งการสรรเสริญและการเกลียดชังไปพร้อมๆกัน
คนที่สรรเสริญคือคนที่จะมีโอกาสได้มาพบพระเจ้าผ่านทางชีวิตของเรา
แต่คนที่เกลียดชังเราเพราะเราทำดีต่อเขาก็จะเป็นศัตรูกับเรา และจะข่มเหงเรา
แต่พระเยซูสอนเราให้เรารักเขาและอวยพรเขาเพื่อสำแดงความชอบธรรมของพระเจ้าที่มีอยู่ในชีวิตของเรา ...................มธ.5

3. ชีวิตใหม่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงของคริสเตียน




ชีวิตใหม่ที่โลก(ความอธรรม)เกลียดชังเรา


เมื่อเราเป็นลูกของพระเจ้าแล้ว เราก็เป็นคนใหม่ชีวิตของเราก็มีแต่สิ่งใหม่ๆ สิ่งเก่าๆก็ล่วงพ้นไป มีแต่สิ่งใหม่ๆทั้งนั้น..2คร5:17
เราก็จะเริ่มเกลียดบาป ความอธรรม ความชั่วร้าย
เพราะเราเป็นลูกของพระเจ้าที่ชีวิตชอบธรรม ดีงาม
เหตุนี้เองโลกจึงเกลียดเรา เพราะเราเป็นของพระเจ้าแล้ว
พระเยซูตรัสว่า “ข้าพระองค์ได้มอบพระดำรัสของพระองค์ให้แก่เขาแล้ว
และโลกนี้ได้เกลียดเขา เพราะเขาไม่ใช่ของโลก
เหมือนดังที่ข้าพระองค์ไม่ใช่ของโลก”....
...ยน.17:14

จากการที่โลกชังเรานี้ เราก็จะมีทุกข์ เป็นทุกข์ที่เรามีร่วมกับพระเยซููเพื่อเราจะได้ศักดิ์ศรีร่วมกับพระองค์ ....ยอห์น 16

อย่างไรก็ตามพระเจ้าทรงใช้ทุกอย่างในชีวิตเรา ไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีจะร้าย จะเป็นปัญหาหรือความทุกข์ยากต่างๆเพื่อสร้างเราให้เติบโตและเข้มแข็งในพระองค์ และเหมือนพระองค์มากขึ้นทุกวัน .......โรม 8:28 ยากอบ 1:2-4

เราจึงไม่ต้องกลัวว่าความทุกข์จะทำลายเรา หรือจะมาแยกเราออกจากพระองค์ตราบใดที่เรายังรักและวางใจและพึ่งในพระองค์ . ...โรม8:35-39
ยิ่งกว่านั้นเราชื่นชมยินดีในความทุกข์ยากของเราด้วย
เพราะเรารู้ว่าทุกข์ยากนั้นทำให้เราเกิดความอดทน และความอดทนทำให้เห็นว่าเราเป็นคนที่พระเจ้าทรงใช้ได้ และการที่เราเห็นเช่นนั้นทำให้เกิดความหวังใจ.....
โรม 5:3-4




















ชีวิตใหม่ที่มีพระคุณของพระเจ้าคอยช่วยเรา

โดยทางพระองค์เราจึงได้เข้าในร่มพระคุณที่เรายืนอยู่ ...โรม5:2

และพระคุณขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นมีมากเหลือล้นสำหรับข้าพเจ้า
พร้อมด้วยความเชื่อและความรักซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์ ..
1ทธ.1:14

ฉะนั้นขอให้เราทั้งหลายจงมีใจกล้าเข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณ
เพื่อเราจะได้รับพระเมตตา และจะได้รับพระคุณ
ที่จะช่วยเราในขณะที่ต้องการ .............ฮีบรู 4:16


ชีวิตใหม่ที่มีเป้าหมายอยู่ที่พระเจ้า



และเราชื่นชมยินดีในความไว้วางใจว่าจะได้มีส่วนในพระสิริของพระเจ้า ...โรม5:2
พระเยซูตรัสว่า อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย ท่านวางใจในพระเจ้าจงวางใจในเราด้วย ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่เป็นอันมาก ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้ว เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลายแล้ว เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะอยู่ที่นั่น และท่านรู้จักทางที่เราจะไปนั้น ...............ยน 14


ชีวิตใหม่ที่ได้รับความรักมากล้นจากพระเจ้า


และความหวังใจมิได้ทำให้เกิดความเสียใจเพราะผิดหวังเพราะเหตุว่าความรักของพระเจ้าได้หลั่งเข้าสู่จิตใจของเรา โดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ....โรม 5:5

สาธุการแด่พระเจ้าพระบิดาแห่งพระเยซูคริสตเจ้าของเรา ผู้ทรงโปรดประทานพระพรฝ่ายวิญญาณแก่เรานานาประการ ในสวรรคสถานโดยพระคริสต์ ในพระเยซูคริสต์นั้น พระองค์ได้ทรงเลือกเราไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะทรงเริ่มสร้างโลก เพื่อเราจะบริสุทธิ์และปราศจากตำหนิในสายพระเนตรของพระองค์ พระองค์ทรงกำหนดเราไว้ด้วยความรักก่อนตามที่ชอบพระทัยพระองค์ ให้เป็นบุตรโดยพระเยซูคริสต์ เพื่อจะให้เป็นที่สรรเสริญพระคุณอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ซึ่งทรงโปรดประทานแก่เราในพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเป็นที่รักของพระองค์ ในพระเยซูนั้น เราได้รับการไถ่บาปโดยพระโลหิตของพระองค์ คือได้รับการอภัยโทษบาปของเราโดยพระกรุณาอันอุดมของพระองค์ซึ่งได้ทรงประทานแก่เราอย่างเหลือล้น ให้มีปัญญาสุขุมและมีความเข้าใจพระเจ้าได้ทรงโปรดให้เรารู้ความล้ำลึกในพระทัยของพระองค์ ตามพระเจตนารมณ์ของพระองค์ ซึ่งพระองค์ทรงดำริไว้ในพระคริสต์ ประสงค์ว่า เมื่อเวลากำหนดครบบริบูรณ์แล้ว พระองค์จะทรงรวบรวมทุกสิ่ง ทั้งที่อยู่ในสวรรค์ และในแผ่นดินโลกไว้ในพระคริสต์ ในพระองค์นั้น ตามพระดำริของพระองค์ผู้ทรงกระทำทุกสิ่ง ตามที่ได้ทรงตริตรองไว้สมกับพระทัยของพระองค์ ....................เอเฟซัส 1


2. ลักษณะชีวิตใหม่ของคริสเตียน


ด้วยฐานะใหม่ ที่ท่านได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้าแล้วนี้
มีผลทำให้

ท่านได้รับความชอบธรรม

แต่บัดนี้ได้ปรากฏแล้วว่า ความชอบธรรมซึ่งมาจากพระเจ้า ปรากฎนอกเหนือกฎบัญญัติ ธรรมบัญญัติกับพวกผู้เผยพระวจนะเป็นพยานอยู่ คือความชอบธรรมของพระเจ้าซึ่งทรงประทานโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์ แก่ทุกคนที่เชื่อ เพราะว่าคนทั้งหลายไม่ต่างกัน เพราะว่าทุกคนทำบาปและเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า แต่พระเจ้าทรงพระกรุณาให้เขาเป็นผู้ชอบธรรมโดยไม่คิดมูลค่า โดยที่พระเยซูคริสต์ ทรงไถ่เขาให้พ้นบาปแล้ว พระเจ้าได้ทรงตั้งพระเยซูไว้ให้เป็นที่ลบล้างพระอาชญา โดยพระโลหิตของพระองค์ โดยความเชื่อจึงได้ผล ทั้งนี้เพื่อสำแดงให้เห็นความชอบธรรมของพระเจ้า ในการที่พระองค์ได้ทรงอดกลั้นพระทัย และทรงยกบาปที่ได้ทำไปแล้วนั้น และเพื่อสำแดงในปัจจุบันว่าพระองค์เป็นผู้ชอบธรรม และทรงโปรดให้ผู้ที่เชื่อในพระเยซูเป็นผู้ชอบธรรมด้วย .....โรม3:21-26

ชีวิตใหม่ที่มีความชอบธรรมของพระเจ้า

การที่พระเจ้ายอมรับว่าเราเป็นคนชอบธรรม เพราะเรายอมรับพระองค์ว่าชอบธรรม เราสามารถเห็นภาพ การต้อนรับพระเจ้าอย่างเต็มด้วยใจยินดี คือใจที่เชื่อในพระเจ้า ของชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่าศักเคียส
ฝ่ายพระเยซูจึงเสด็จเข้าเมืองเยรีโคและกำลังจะทรงผ่านไป ดูเถิด มีชายคนหนึ่งชื่อศักเคียส ผู้ซึ่งเป็นนายด่านภาษีและเป็นคนมั่งมี ศักเคียสพยายามจะดูให้เห็นพระเยซูว่าพระองค์เป็นผู้ใด แต่ดูไม่เห็นเพราะคนแน่น ด้วยเขาเป็นคนเตี้ย เขาจึงวิ่งไปข้างหน้าขึ้นต้นมะเดื่อเพื่อจะได้เห็นพระองค์ เพราะว่าพระองค์จะเสด็จไปทางนั้น
เมื่อพระเยซูเสด็จมาถึงที่นั่น พระองค์ทรงแหงนพระพักตร์ดูศักเคียสแล้วตรัสแก่เขาว่า "ศักเคียสเอ๋ย จงรีบลงมา เพราะว่าเราจะต้องพักอยู่ในบ้านของท่านวันนี้"
แล้วเขาก็รีบลงมาต้อนรับพระองค์ด้วยความปรีดี เมื่อคนทั้งปวงเห็นแล้วเขาก็พากันบ่นว่า "พระองค์เข้าไปพักอยู่กับคนบาป"
ฝ่ายศักเคียสยืนทูลองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า "ดูเถิด พระองค์เจ้าข้า ทรัพย์สิ่งของของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ยอมให้คนอนาถาครึ่งหนึ่ง และถ้าข้าพระองค์ได้ฉ้อโกงของของผู้ใด ข้าพระองค์ยอมคืนให้เขาสี่เท่า"
พระเยซูตรัสกับเขาว่า "วันนี้ความรอดมาถึงครอบครัวนี้แล้ว เพราะคนนี้เป็นลูกของอับราฮัมด้วย เพราะว่าบุตรมนุษย์ได้มาเพื่อจะแสวงหาและช่วยผู้ที่หลงหายไปนั้นให้รอด"
การที่พระเยซูตรัสว่าเขาเป็นลูกของอับราฮัมนั้น แสดงถึงพระองค์ยอมรับเขาว่าเขาชอบธรรมเช่นเดียวกับที่พระองค์ยอมรับอับราฮัมว่า อับราฮัมเป็นคนชอบธรรม ...โรม 4:3

ท่านได้รับสันติสุขในพระเจ้า

เหตุฉะนั้นเมื่อเราได้เป็นคนชอบธรรมเพราะความเชื่อแล้ว เราจึงมีสันติสุขในพระเจ้า ทางพระเยซูคริสตเจ้าของเรา
…โรม5:1

ชีวิตใหม่ที่มีสันติสุขในพระเจ้า

เรื่องบุตรน้อยกลับบ้าน ทำให้เราได้รู้ว่า เราได้รับความรักจากพระเจ้าพระบิดา ความรักของพระองค์นี้ ได้หลั่งไหลเข้ามาสู่ จิตใจของเราโดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทำให้เรามีสันติสุขจากพระเจ้า มิใช่จากโลก หรือจากความพอใจในสิ่งรอบข้าง หรือจากความสุขสบายของเราเอง
การที่พระเจ้ายินดีต่อเราที่กลับใจนี้เอง เป็นเหตุให้เหล่าทูตสวรรค์ยินดี ในสวรรค์จึงมีความยินดี และ พี่น้องคริสเตียนเหล่าบุตรของพระเจ้าก็มีความยินดี พระคัมภีร์กล่าวถึงว่า พระองค์จึงตรัสคำอุปมาให้เขาฟังดังต่อไปนี้ว่า "ในพวกท่านมีคนใดที่มีแกะร้อยตัว และตัวหนึ่งหายไป จะไม่ละเก้าสิบเก้าตัวนั้นไว้ที่กลางทุ่งหญ้า และไปเที่ยวหาตัวที่หายไปนั้นจนกว่าจะได้พบหรือ เมื่อพบแล้วเขาก็ยกขึ้นใส่บ่าแบกมาด้วยความเปรมปรีดิ์ เมื่อมาถึงบ้านแล้ว



จึงเชิญพวกมิตรสหายและเพื่อนบ้านให้มาพร้อมกัน พูดกับเขาว่า `จงยินดีกับข้าพเจ้าเถิด เพราะข้าพเจ้าได้พบแกะของข้าพเจ้าที่หายไปนั้นแล้ว' เราบอกท่านทั้งหลายว่า เช่นนั้นแหละ จะมีความปรีดีในสวรรค์เพราะคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่ มากกว่าเพราะคนชอบธรรมเก้าสิบเก้าคนที่ไม่ต้องการกลับใจใหม่

หญิงคนใดที่มีเหรียญเงินสิบเหรียญ และเหรียญหนึ่งหายไป จะไม่จุดเทียนกวาดเรือนค้นหาให้ละเอียดจนกว่าจะพบหรือ เมื่อพบแล้ว จึงเชิญเหล่ามิตรสหายและเพื่อนบ้านให้มาพร้อมกัน พูดว่า `จงยินดีกับข้าพเจ้าเถิด เพราะข้าพเจ้าได้พบเหรียญเงินที่หายไปนั้นแล้ว' เช่นนั้นแหละ เราบอกท่านทั้งหลายว่า จะมีความปรีดีในพวกทูตสวรรค์ของพระเจ้า เพราะคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่" .......ลูกา 15


คำพยานชีวิตที่มีสันติสุขในพระเจ้า

1. สถานภาพใหม่ของคริสเตียน


เมื่อท่านต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้เป็นเจ้าของท่าน
ท่านยอมรับในความจริงของพระเจ้า
คือท่านกลับใจใหม่ และเชื่อข่าวประเสริฐแล้ว
ท่านได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเ
จ้าแล้ว


ความหมายของ ชีวิตใหม่ของคริสเตียน คือ


ท่านบังเกิดใหม่ เป็นบุตรของพระเจ้าแล้ว

แต่ส่วนบรรดาผู้ที่ต้อนรับพระองค์ ผู้ที่เชื่อในพระนามของพระองค์ พระองค์ก็ทรงประทานสิทธิให้เป็นบุตรของพระเจ้า
ซึ่งในฐานะนั้น มิได้เกิดจากเลือดเนื้อ หรือกาม
หรือความประสงค์ของมนุษย์ แต่
เกิดจากพระเจ้า

…..ยอห์น 1:12-13
ซึ่งบังเกิดจากเนื้อหนังก็เป็นเนื้อหนัง
ซึ่งบังเกิดจากพระวิญญาณก็เป็นวิญญาณ
อย่าประหลาดใจที่เราบอกท่านทั้งหลายว่า
ท่านต้องบังเกิดใหม่ …..ยอห์น 3:6-7

จงถวายสรรเสริญแด่พระเจ้าพระบิดาแห่ง
พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
ผู้ได้ทรงพระมหากรุณาแก่เรา ทรงโปรดให้เราบังเกิดใหม่
เข้าสู่ความหวังใจอันมีชีวิตอยู่
โดยการคืนพระชนม์จากความตายของพระเยซูคริสต์ …..1ปต.1:3


ท่านมีชีวิตนิรันดร์แล้ว ได้รู้จักพระเจ้าแล้ว

ดังที่พระองค์ได้ทรงโปรดให้พระบุตรมีอำนาจเหนือมนุษย์ทั้งสิ้น
เพื่อให้พระบุตรประทานชีวิตนิรันดร์ แก่คนที่พระองค์ทรงมอบแก่พระบุตรนั้น
และนี่แหละคือชีวิตนิรันดร์ คือที่เขารู้จักพระองค์ ผู้ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว และรู้จักพระเยซูคริสต์ที่พระองค์ทรงใช้มา …..ยอห์น 17:2-3
เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าผู้ใดฟังคำของเรา
และวางใจในพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา

ผู้นั้นก็มีชีวิตนิรันดร์และไม่ถูกพิพากษา
แต่ได้ผ่านพ้นความตายไปสู่ชีวิตแล้ว
.....ยอห์น 5:24

ท่านได้รับความรอดแล้ว

“ถ้าท่านจะรับด้วยปากของท่านว่าพระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้า
และเชื่อด้วยจิตใจว่าพระเจ้าทรงชุบพระองค์
ให้เป็นขึ้นมาจากความตาย ท่านจะรอด
ด้วยว่าการเชื่อด้วยใจก็นำไปสู่ความชอบธรรม
และการยอมรับสัจจะของพระเจ้าด้วยปากก็นำไปสู่ความรอด”

…โรม10:9-10
ด้วยว่าเราทั้งหลายรอดนั้น ก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ
และมิใช่โดยตัวเราทั้งหลายกระทำเอง แต่พระเจ้าทรงประทานให้ ความรอดนั้นจะเนื่องด้วยการกระทำก็หามิได้
เพื่อมิให้คนหนึ่งคนใดอวดได้ ……..อฟ.2:8-9

ชีวิตใหม่ที่กลับมาคืนดีกับพระเจ้า



บุตรน้อยกลับบ้าน

พระองค์ตรัสว่า "ชายคนหนึ่งมีบุตรชายสองคน

บุตรคนน้อยพูดกับบิดาว่า `บิดาเจ้าข้า
ขอทรัพย์ที่ตกเป็นส่วนของข้าพเจ้าเถิด' บิดาจึงแบ่งสมบัติให้แก่บุตรทั้งสอง
ต่อมาไม่กี่วัน บุตรคนน้อยนั้น
ก็รวบรวมทรัพย์ทั้งหมดแล้วไปเมืองไกล
และได้ผลาญทรัพย์ของตนที่นั่นด้วยการเป็นนักเลง
เมื่อใช้ทรัพย์หมดแล้วก็เกิดกันดารอาหารยิ่งนักทั่วเมืองนั้น
เขาจึงเริ่มขัดสน
เขาไปอาศัยอยู่กับชาวเมืองนั้นคนหนึ่ง
และคนนั้นก็ใช้เขาไปเลี้ยงหมูที่ทุ่งนา
เขาใคร่จะได้อิ่มท้องด้วยฝักถั่วที่หมูกินนั้น แต่ไม่มีใครให้อะไรเขากิน
เมื่อเขารู้สำนึกตัวแล้วจึงพูดว่า `ลูกจ้างของบิดาเรามีมาก
ยังมีอาหารกินอิ่มและเหลืออีก ส่วนเราจะมาตายเสียเพราะอดอาหาร
จำเราจะลุกขึ้นไปหาบิดาเรา และพูดกับท่านว่า
"บิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้าได้ผิดต่อสวรรค์และผิดต่อท่านด้วย
ข้าพเจ้าไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นลูกของท่านต่อไป ขอท่านให้ข้าพเจ้าเป็นเหมือนลูกจ้างของท่านคนหนึ่งเถิด"'



แล้วเขาก็ลุกขึ้นไปหาบิดาของตน แต่เมื่อเขายังอยู่แต่ไกล
บิดาแลเห็นเขาก็มีความเมตตา จึงวิ่งออกไปกอดคอจุบเขา
่ฝ่ายบุตรนั้นจึงกล่าวแก่บิดาว่า `บิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้าได้บาปต่อสวรรค์และต่อท่านด้วย ข้าพเจ้าไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นลูกของท่านอีกต่อไป'
แต่บิดาสั่งผู้รับใช้ของตนว่า
`จงรีบไปเอาเสื้ออย่างดีที่สุดมาสวมให้เขา และเอาแหวนมา
สวมนิ้วมือ กับเอารองเท้ามาสวมให้เขา
จงเอาลูกวัวอ้วนพีมาฆ่าเลี้ยงกัน เพื่อความรื่นเริงยินดีเถิด
เพราะว่าลูกของเราคนนี้ตายแล้ว แต่กลับเป็นอีก
หายไปแล้ว แต่ได้พบกันอีก'

เขาทั้งหลายต่างก็เริ่มมีความรื่นเริงยินดี
ฝ่ายบุตรคนใหญ่นั้นกำลังอยู่ที่ทุ่งนา เมื่อเขากลับมาใกล้บ้านแล้ว
ก็ได้ยินเสียงมโหรีและเต้นรำ
เขาจึงเรียกผู้รับใช้คนหนึ่งมาถามว่า เขาทำอะไรกัน
ผู้รับใช้จึงตอบเขาว่า `น้องของท่านกลับมาแล้ว
และบิดาได้ให้ฆ่าลูกวัวอ้วนพี เพราะได้ลูกกลับมาโดยสวัสดิภาพ'
ฝ่ายพี่ชายก็โกรธไม่ยอมเข้าไป บิดาจึงออกมาชักชวนเขา
แต่เขาบอกบิดาว่า `ดูเถิด ข้าพเจ้าได้ปรนนิบัติท่านกี่ปีมาแล้ว และมิได้ละเมิดคำบัญชาของท่านสักข้อหนึ่งเลย
แม้แต่เพียงลูกแพะสักตัวหนึ่งท่านก็ยังไม่เคยให้ข้าพเจ้า เพื่อจะเลี้ยงกันเป็นที่รื่นเริงยินดีกับเพื่อนฝูงของข้าพเจ้า
แต่เมื่อลูกคนนี้ของท่าน ผู้ได้ผลาญสิ่งเลี้ยงชีพของท่าน
โดยคบหญิงโสเภณีมาแล้ว ท่านยังได้ฆ่าลูกวัวอ้วนพีเลี้ยงเขา'
บิดาจึงตอบเขาว่า `ลูกเอ๋ย เจ้าอยู่กับเราเสมอ
และสิ่งของทั้งหมดของเราก็เป็นของเจ้า
แต่สมควรที่เราจะรื่นเริงและยินดี เพราะน้องของเจ้าคนนี้ตายแล้ว

แต่กลับเป็นขึ้นอีก หายไปแล้วแต่ได้พบกันอีก'" ......................................ลูกา 15